วิธีเลือก 3d printer

0
63

สวัสดีครับ เจอกันอีกครั้งหนึ่ง ในการเลือก 3d printer เป็นเรื่องที่ยาก และงงว่าซื้ออะไรดี จะเอาถูกไปเลย หรือเอาแพง เอาของจีน ของฝรั่ง กี่บาท และซื้อที่ไหน เอาแบบไหนหละ ทั่วไป resin หรืออะไร มีกี่แบบ ผมขอแชร์ปัญหาที่ผมเจอมาเลยนะครับ จะทำให้ประหยัดเวลา

  1. 3d printer print ช้ามาก ยิ่งเรา สั่ง print ช้าเท่าไร งานเราจะสวยเนียบเพราะเครื่องไม่สั่น ให้เรานึกถึงตอนเราเขียนเร็วๆ กับค่อยๆคัดลายมือ รู้คำตอบแล้วใช่ไหมครับ
  2. ควรจะจ่ายกี่บาท คำตอบคือ แล้วแต่ เครื่องที่แพงกว่า มักจะมีโดรงสร้างที่แข็งแรง และอุปกรณ์ที่ดีกว่า จริงๆ พวกนี้เหมือนเครื่องจักรเลย จะมีการเคลื่อนไหวของหัวฉีด วิ่งไปมาตลอดเวลา ฐานหรือเราเรียกว่า build plate ก็มีการเคลื่อนไหวตลอด printer มีสองกลไกหลักๆ แบบ ลูกล้อ กับ แบบ rail หรือ ราง + ตลับลูกปืน
  3. rail vs wheel ?? ทำงานออกมาพอๆกันครับ แต่ rail ทนกว่ามาก บำรุงน้อยกว่า ทำให้เรามั่นใจว่าเครื่องเราจะไม่สะดุด อย่าลืมนะครับ งานยิ่งชิ้นใหญ่ ยิ่งพิมพ์นาน สมมติเราจะ print แก้วน้ำแก้วนึงใช้เวลาไม่ต่ำกว่า3ชั่วโมง กล่องใส่อะไรสักอย่างขนาด 15cm ก็กินเวลาไม่ต่ำกว่า 8 ชั่วโมง
  4. printer สร้างเอง หรือสำเร็จ หรือกึ่งสำเร็จรูปดี ? ถ้าเริ่มใหม่ พวก ชุด kit ก็ดีครับ หลัก ที่เคยใช้มา anet, creality ซึ่งก็มีข้อดี ข้อเสียต่างกันไป หลักๆ อยากให้ดู ถึงความอิสระในการ set hardware ผ่าน software = เราสามารถ config motor เราได้ หลักๆ เราต้องใช้ motor ในการขับ motor นี้เรียกว่า stepper motor ปัญหาที่เรามักจะเจอคือ โปรแกรม สั่งให้จ่ายเส้น(filament) = x แต่ เครื่องดันจ่าย x+ x- ทำให้งานออกมาไม่ได้ดั่งใจ อาจมีมิติเพี้ยนถ้าจ่ายขาด จ่ายเกินก็ใหญ่มาหน่อย เราจึงจำเป็นต้องปรับค่าตรงนี้ได้ เรียกว่า estep callibration ก่อนซื้อก็ควรดูว่า เครื่องที่เราสนใจทำตรงนี้อย่างไร ทำได้หรือไม่
  5. Bed Leveling การพิมพ์เราทำการฉีด พลาสติกลงไปเป็นชั้นๆๆถ้าฐานพิมพ์เราไม่ได้ระนาบ งานพิมพ์เราก็จะเพี้ยนไป ก่อนซื้อรุ่นที่เรากำลังสนใจ ควรหาข้อมูล วิธีการ bed level